ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
WTT AUTOCARS
บิ๊กไบค์เปิดตัวรถข่าว

Royal Enfield Himalayan 750 เปิดตัว EICMA 2026 ทวิน 743 ซีซี 55 PS ราคายุโรปเริ่ม 6,999 ปอนด์

Royal Enfield เปิดตัว Himalayan 750 แอดเวนเจอร์เรือธง เครื่องทวิน 743 ซีซี 55 PS 63 นิวตันเมตร พร้อม IMU ABS เข้าโค้งและแทร็กชันคอนโทรล ยุโรปเปิดจองแล้ว ไทยยังไม่ประกาศ

โดย กองบรรณาธิการ WTT AUTOCARSวันที่เกิดเหตุการณ์ 3 พ.ย. 2569อ่านประมาณ 5 นาที
แชร์ Facebook
Royal Enfield Himalayan 750 รุ่นท็อป Antarctic Silver พร้อมชุดกระเป๋า GIVI
Royal Enfield Himalayan 750 รุ่นท็อป Antarctic Silver พร้อมชุดกระเป๋า GIVI · ภาพ: Royal Enfield (ภาพประชาสัมพันธ์จากผู้ผลิต)

Royal Enfield เปิดตัว Himalayan 750 อย่างเป็นทางการที่งาน EICMA 2026 เมืองมิลาน อิตาลี เมื่อ 3 พฤศจิกายน 2026 นี่คือ Himalayan รุ่นใหญ่ที่สุดและเป็นเรือธงของตระกูล ต่อยอดจาก Himalayan 411 ที่เปิดตัวปี 2016 และ Himalayan 450 รุ่นปัจจุบัน หัวใจคือเครื่องยนต์ทวินสูบเรียง 743 ซีซี ตัวใหม่ แรงสุด 55 PS พร้อมชุดอิเล็กทรอนิกส์ระดับเดียวกับแอดเวนเจอร์ยุโรป ทั้งเซ็นเซอร์ IMU ABS เข้าโค้ง และแทร็กชันคอนโทรลตามมุมเอียง ยุโรปและสหราชอาณาจักรเปิดรับจองแล้ว ราคาเริ่ม 6,999 ปอนด์

Royal Enfield Himalayan 750 หลายสีจอดเรียงบนถนนภูเขา

ภาพรวม: Himalayan ที่ขยับขึ้นไปเล่นตลาดแอดเวนเจอร์ระดับกลาง

Himalayan 450 พิสูจน์แล้วว่าแบรนด์ทำแอดเวนเจอร์ราคาเข้าถึงได้ดี แต่ผู้ใช้ที่เดินทางไกลหรือขี่สองคนพร้อมสัมภาระมักอยากได้แรงบิดมากกว่านี้ Himalayan 750 จึงมาพร้อมเครื่องยนต์ทวินที่แรงที่สุดของ Royal Enfield ตอนนี้ ช่วงล่าง Showa ปรับได้ และชุดกระเป๋า GIVI แบบติดโรงงานในรุ่นท็อป รถคันนี้จึงขยับไปอยู่ในกลุ่มแอดเวนเจอร์ระดับกลางมากขึ้น ขณะที่ราคายุโรปยังต่ำกว่าคู่แข่งจากญี่ปุ่นและยุโรปหลายรุ่น

เครื่องยนต์: ทวิน 743 ซีซี ใหม่ราว 90%

  • แบบเครื่องยนต์: 2 สูบเรียง 743 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน พัฒนาจากโครงสร้างเครื่อง 650 ซีซี ของแบรนด์ แต่ ZigWheels รายงานว่าชิ้นส่วนใหม่ราว 90%

  • กำลังสูงสุด: 55 PS ที่ 7,000 รอบ/นาที (BikeWale ระบุเป็น 54.25 bhp ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกันแต่ต่างหน่วย)

  • แรงบิดสูงสุด: 63 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที และได้แรงบิดราว 90% ของค่าสูงสุดตั้งแต่ 3,500 รอบ/นาที

  • รายละเอียดอื่น: ช่วงชักยาวขึ้น ลิ้นยกสูงขึ้น ผนังกระบอกสูบชุบผิว อัตราส่วนกำลังอัด 9.5:1 ฝาครอบเครื่องแมกนีเซียม ท่อไอเสีย 2-into-1 คันเร่งไฟฟ้า Ride-by-Wire

  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์ 6 สปีด คลัตช์สลิปเปอร์และผ่อนแรง (Assist & Slipper)

ค่ายยังไม่เปิดเผยขนาดกระบอกสูบ × ช่วงชัก ตัวเลขแรงบิด 63 นิวตันเมตรที่มาตั้งแต่รอบกลางน่าจะช่วยมากเวลาขี่ทางขึ้นเขาหรือบรรทุกหนัก ซึ่งตรงกับลักษณะการใช้งานจริงของรถทัวริ่งแอดเวนเจอร์

โครงสร้างและช่วงล่าง

  • เฟรม: เหล็กกล้าแบบใหม่ BikeWale อธิบายว่าเป็นสไปน์หน้าตัดกล่อง (Box-section) และใช้เครื่องยนต์เป็นส่วนรับแรงของโครงสร้าง

  • โช้คหน้า: Showa หัวกลับ 43 มม. ปรับได้ ระยะยุบ 190 มม.

  • โช้คหลัง: Showa โมโนช็อกแบบมีลิงก์ ปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 175 มม. (Himalayan 450 มีระยะยุบ 200 มม. ทั้งหน้าและหลัง)

  • ล้อ: หน้า 19 นิ้ว หลัง 17 นิ้ว ไม่ใช้ยางใน มีทั้งล้อแม็กและล้อซี่ลวดตามรุ่น

  • ยาง: หน้า 110/80-R19 หลัง 150/70-R17 รุ่นล้อซี่ลวดใช้ Vredestein Centauro XR ส่วนรุ่นล้อแม็กใช้ Ceat Crossrad (สื่อระบุรุ่นย่อยของยางไม่ตรงกันระหว่าง RT และ AT)

  • เบรก: ดิสก์คู่หน้า 280 มม. ดิสก์หลัง 255 มม.

ระยะยุบช่วงล่างที่สั้นกว่า Himalayan 450 บอกว่ารุ่น 750 ถูกตั้งค่ามาเน้นการเดินทางไกลบนทางดำและทางลูกรังเบา มากกว่าการลุยออฟโรดหนัก

Royal Enfield Himalayan 750 มุมด้านหลัง กล่องท้ายและปีกข้าง GIVI

อิเล็กทรอนิกส์: IMU ครั้งแรกในระดับนี้ของแบรนด์

  • เซ็นเซอร์ IMU 6 แกน (ข้อมูลจาก Autocar Professional)

  • ABS 2 แชนแนลแบบเข้าโค้ง ปิดการทำงานได้

  • แทร็กชันคอนโทรลตามมุมเอียง ระดับ Low / Medium / High และปิดได้

  • โหมดขับขี่ 5 แบบ: Road, Road Sport, Rain, Trail และ Custom แต่ละโหมดเปลี่ยนการตอบสนองเครื่องยนต์ ABS และแทร็กชันคอนโทรล

  • ครูสคอนโทรล และระบบวัดลมยาง TPMS

  • จอ TFT ทรงกลม 4 นิ้ว เชื่อมต่อ Bluetooth ควบคุมเพลงและสายเรียกเข้า อัปเดตซอฟต์แวร์ผ่าน OTA

  • ไฟ LED ทั้งคัน ไฟหน้าทรงกลม ไฟเบรกกะพริบเมื่อเบรกฉุกเฉิน และไฟเลี้ยวตัดอัตโนมัติ

  • พอร์ต USB Type-C 2 ช่อง (BikeWale ระบุว่ามีช่องชาร์จเร็ว 27 วัตต์)

  • บังลมปรับได้ 5 ระดับ รวมระยะ 60 มม.

มิติและน้ำหนัก

  • น้ำหนักพร้อมขับขี่ 224 กก. มากกว่า Himalayan 450 ราว 30 กก.

  • ความสูงเบาะ 815 มม. มีเบาะอุปกรณ์เสริมให้สูง 835 มม. หรือต่ำ 795 มม.

  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 205 มม.

  • ถังน้ำมัน 17.8 ลิตร (Autocar Professional ระบุ 17 ลิตร)

  • รับน้ำหนักบรรทุก 195 กก.

  • ระยะฐานล้อ: ยังไม่ประกาศ

รุ่นย่อย สี และราคาในยุโรป

มี 3 รุ่นย่อยตามล้อและอุปกรณ์ สีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ Antarctic Silver, Siberia White, Aztec Green, Viking Bronze และ Tectonic Black รุ่นท็อปสี Antarctic Silver ติดตั้งชุดทัวริ่งที่พัฒนาร่วมกับ GIVI ทั้งกล่องท้าย ปีกข้างพร้อมขายึดและถุงใน แฮนด์อุ่น การ์ดแฮนด์ และแผ่นกันกระแทกอะลูมิเนียม ราคาเปิดตัวตามที่ Autocar Professional รายงาน:

  • ล้อแม็ก (Aztec Green): 7,390 ยูโร ในอิตาลี / 6,999 ปอนด์ ในสหราชอาณาจักร (ประมาณ 280,000 / 318,000 บาท)

  • ล้อซี่ลวด (Viking Bronze, Siberia White): 7,790 ยูโร / 7,299 ปอนด์ (ประมาณ 295,000 / 331,000 บาท)

  • รุ่นท็อป Antarctic Silver พร้อมชุด GIVI: 9,290 ยูโร / 8,699 ปอนด์ (ประมาณ 352,000 / 395,000 บาท)

ราคาแปลงเป็นบาทคิดจากอัตรา 1 ยูโร ≈ 37.87 บาท และ 1 ปอนด์ ≈ 45.37 บาท (x-rates, 4 พ.ย. 2026) เป็นราคายุโรปรวมภาษีท้องถิ่น ไม่ใช่ราคาไทย

โอกาสมาไทยและคู่แข่ง

ตอนนี้ Royal Enfield ยังไม่ประกาศราคาหรือวันเปิดตัวในไทย สื่ออินเดียคาดว่ารถจะเปิดตัวในอินเดียที่งาน Motoverse ปลายเดือนพฤศจิกายน 2026 ซึ่งยังเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ข้อมูลยืนยันจากค่าย Royal Enfield ทำตลาดในไทยอยู่แล้วและขาย Himalayan 450 อยู่ ถ้ารุ่น 750 มาไทย คู่แข่งที่ใกล้ที่สุดในแง่ขนาดเครื่องและแนวทัวริ่งแอดเวนเจอร์อาจเป็นแอดเวนเจอร์ทวินระดับ 650–800 ซีซี จากค่ายญี่ปุ่นและยุโรป ราคาไทยที่ประกาศจริงจะเป็นตัวชี้ว่ารถอยู่ระดับไหนในตลาด

มุมมองจาก WTT AUTOCARS

Himalayan 750 อาจเปิดกลุ่มใหม่ให้คนที่ขี่ Himalayan 450 หรือรถ 650 ซีซี ของแบรนด์อยากขยับขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนค่าย ในตลาดมือสอง ถ้ารุ่นใหม่เข้าไทยในราคาที่ห่างจาก 450 ไม่มาก ราคามือสองของ Himalayan 450 อาจได้รับแรงกดดันช่วงแรก เพราะผู้ซื้อบางส่วนรอเทียบกับรุ่นใหม่ก่อนตัดสินใจ ส่วนรถแอดเวนเจอร์มือสองที่มีอุปกรณ์ทัวริ่งครบ ประวัติเช็กระยะชัดเจน และยางกับโซ่ยังดี ยังเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อในไทยให้ความสำคัญเหมือนเดิม

ข้อสังเกต

  • ยังไม่มีราคาและวันเปิดตัวในไทย ราคาอินเดียก็ยังไม่ประกาศ

  • สื่อรายงานตัวเลขบางรายการไม่ตรงกัน เช่น ความจุถัง (17.8 / 17 ลิตร) ระบบนำทาง (แผนที่ในตัว หรือ Google Maps ผ่านมือถือ) และรุ่นยางของล้อแม็ก

  • ยังไม่เปิดเผยขนาดกระบอกสูบ × ช่วงชัก ระยะฐานล้อ และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน

แหล่งอ้างอิง

  1. Royal Enfield Himalayan 750 Launched at EICMA 2026 — Autocar Professional (3 พ.ย. 2569)
  2. BREAKING: Royal Enfield Himalayan 750 Breaks Cover At EICMA 2026 — ZigWheels (3 พ.ย. 2569)
  3. EICMA 2026: Royal Enfield Himalayan 750 complete specs revealed — WION Drive (3 พ.ย. 2569)
  4. EICMA 2026: Royal Enfield Himalayan 750 Officially Unveiled — BikeWale (3 พ.ย. 2569)
#EICMA 2026#Himalayan 750#Royal Enfield#บิ๊กไบค์#แอดเวนเจอร์

บทความที่เกี่ยวข้อง

Honda CRF1150L Africa Twin 2027 เปิดตัว EICMA 2026
บิ๊กไบค์เปิดตัวรถ· อ่าน 5 นาที

Honda CRF1150L Africa Twin 2027 ใหม่ทั้งคัน 1,131 ซีซี 119 นิวตันเมตร Showa EERA มาตรฐาน และรุ่นเรดาร์ SENSING RIDE

Honda เปิดตัว Africa Twin เจเนอเรชันใหม่ที่ EICMA 2026 เครื่องยนต์ 1,131 ซีซี 87.5 kW เฟรมใหม่ถังน้ำมันรองใต้เบาะ ช่วงล่างไฟฟ้า Showa EERA เป็นมาตรฐาน พร้อมรุ่น Enduro Sports และ Adventure Sports ที่มีเรดาร์ Honda SENSING RIDE

อินโฟกราฟิก 8 ด่านเช็กบิ๊กไบค์มือสองก่อนซื้อ
บิ๊กไบค์คู่มือซื้อ· อ่าน 6 นาที

เช็กบิ๊กไบค์มือสองก่อนซื้อ 8 ด่าน: เอกสาร รอยล้ม เฟรม โช้ค โซ่ เบรก เครื่องยนต์ และเลขไมล์

คู่มือตรวจบิ๊กไบค์มือสองแบบเป็นขั้นตอน ตั้งแต่เอกสารและเลขตัวรถ ร่องรอยการล้ม เฟรม โช้ค โซ่สเตอร์ เบรกและยาง สตาร์ตเย็น ไปจนถึงการทดลองขี่และสังเกตเลขไมล์

Honda CBR1000RR-R Fireblade 2027 ขณะวิ่งในสนามแข่ง
บิ๊กไบค์เปิดตัวรถ· อ่าน 6 นาที

Honda CBR1000RR-R Fireblade 2027 เปิดตัวที่ EICMA: เฟรมใหม่ ถังไทเทเนียม ไอดีแปรผัน 2 จังหวะ และรุ่นใหม่ HRC Works Edition

ฮอนด้าปรับ Fireblade ครั้งใหญ่ แยก 3 รุ่น Fireblade, SP และ HRC Works Edition เครื่อง 1,000 ซีซี 160 kW แรงบิด 114 Nm เฟรมอะลูมิเนียมใหม่ ถังไทเทเนียม 16.6 ลิตร น้ำหนัก 199 กก. ยังไม่ประกาศราคา

โทร 092-928-2899เสนอขายรถ / บิ๊กไบค์